Thai-Yak

  1. นิยามของคำว่า “สตาร์ทอัพ (Startup)” ถาม 10 คน ก็จะได้คำตอบ 10 แบบ กูรูคนละคนยังพูดคนละแบบ ไม่มีใครถูกและผิด แท้จริงแล้วนิยามมันไม่สำคัญ

  2. สิ่งที่สำคัญคือ แล้วประเทศไทยต้องการธุรกิจแบบไหนต่างหาก

  3. ลองไปดู Top 10 ธุรกิจของโลก มันกลายเป็นบริษัทอย่าง Apple, Alphabet (Google), Facebook, Amazon ซึ่งทั้งหมดใช้เทคโนโลยีเป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างธุรกิจ (ต่อไปขอเรียกว่า “Tech company”) และทั้งหมดก่อตั้งในสหรัฐอเมริกา และต่อไปจะมี Tech company จากจีนเข้ามาผสมโรงแน่นอน (Alibaba, Tencent, etc)

  4. ประเทศไทยต้องการธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีเป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างธุรกิจ เพราะด้วยเทคโนโลยี เราสามารถสร้างโปรดักท์ได้เร็ว ขายได้ทั่วโลกผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ต และเมื่อธุรกิจโตเร็วก็สามารถขยายโครงสร้างพื้นฐานได้เร็วกว่าธุรกิจที่ไม่ใช้เทคโนโลยีหลายเท่า

  5. ทางเลือกก็มีอยู่ 2 ทางหลักๆ คือ a) สร้างผู้ประกอบการแบบนี้ขึ้นมาใหม่ไปเลย b) ปรับเปลียนผู้ประกอบการเดิมให้เข้าใจวิธีนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการสร้างธุรกิจ

  6. ผมคิดว่ารัฐบาลให้น้ำหนักกับแบบ #5 a. คือสร้างผู้ประกอบการใหม่มากไปหน่อย แถมหลายโครงการพูดถึงการสร้างผู้ประกอบการใหม่ตั้งแต่ระดับรั้วมหาวิทยาลัย ซึ่งกลุ่มนี้ยังเรียนหนังสืออยู่เลย ส่วนใหญ่ไม่มีประสบการณ์การทำธุรกิจ (บางส่วนก็ขยันไปฝึกงาน มิได้เหมารวม) ไม่ต้องลงเงินส่วนตัว (รับเงินลงทุน เงินรางวัลมาเป็นทุนประเดิมทำให้คิดไม่รอบคอบเพราะไม่ใช่เงินตัวเอง) หรือแม้แต่อาจารย์หรือคนที่ไปเป็นกรรมการตัดสิน pitching ต่างๆ มีกี่เปอร์เซ็นที่มีประสบการณ์สร้างธุรกิจ (หลายท่านถึงแม้ไม่มีประสบการณ์สร้างธุรกิจแต่ก็มีความคิดแหลมคม มิได้เหมารวม) แถมยังมีการตั้ง KPI เป็นจำนวนผู้ประกอบการที่ถูกสร้างผ่านโครงการมหาวิทยาลัยอีกต่างหาก ซึ่งยิ่งจะทำให้เกิดการปั๊มตัวเลขผู้ประกอบการใหม่ที่มีแต่ปริมาณแต่ยากที่จะคาดหวังถึงคุณภาพ

  7. ผมคิดว่ารัฐบาลน่าจะให้น้ำหนักกับ #5 b. คือการปรับเปลียนผู้ประกอบการเดิมมากกว่านี้ ซึ่งก็คือ SME ที่มีเกือบล้านราย กลุ่มนี้มีประสบการณ์สร้างธุรกิจ ผ่านความล้มเหลว มี know-how มีสายสัมพันธ์ธุรกิจ มีฐานลูกค้า จำนวนมาก แต่ยังขาดความเข้าใจเรื่องการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ (และแน่นอนมาพร้อมความเก๋า ไม่เชื่อใครง่ายๆ ซึ่งก็ต้องหาวิธีการกันไป) อยากเห็นการเอางบประมาณมาใช้ตรงนี้ให้มากขึ้น

  8. มิใช่ว่ามหาวิทยาลัยไม่สำคัญเพราะก็มีบทบาทหนึ่งที่ไม่มีใครสามารถทดแทนได้คือการสร้างคนที่มีทักษะด้านเทคโนโลยีมาป้อนให้กับอุตสาหกรรม ส่วนการเป็นผู้ประกอบการนั้นเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในชีวิตเท่านั้น (ไม่ต้องเลือกทางนี้ก็ได้ เพราะไม่ใช่ทุกคนอยากเป็นผู้ประกอบการ แต่ทักษะการทำงานพื้นฐานควรต้องมี)

  9. อีกเรื่องนึงที่ประเทศไทยยังขาดทักษะมากๆ และควรต้องเติมองค์ความรู้เรื่องนี้มากๆ คือ Ideation (เราจะสร้างธุรกิจอะไรดี) ซึ่งกระบวนการนี้ต้องใช้ทั้งความรู้ ประสบการณ์ เวลาในการลองผิดลองถูก ทำการทดลอง ทดสอบตลาดไปเรื่อยๆ จนตกผลึกออกมาเป็นไอเดียธุรกิจ ที่แก้ปัญหาที่ใหญ่และสำคัญของประเทศไทยและของโลก ขอย้ำอีกรอบหนึ่ง “ไอเดียที่แก้ปัญหาที่ใหญ่และสำคัญ” นี่คือ key words สำคัญ (ที่ต้องมาพร้อมกับ Business Model ที่สร้างรายได้ที่ยั่งยืน)ลองดูง่ายๆ ว่าปัญหาใหญ่และสำคัญของประเทศไทยมีอะไรบ้าง คิดเร็วๆ ก็คือ ปัญหาขยะ น้ำ การศึกษา คอร์รับชั่น พลังงาน การเกษตร แต่พอมาดูว่ามีผู้ประกอบการไทยกี่รายที่สร้างธุรกิจเพื่อแก้ปัญหาพวกนี้ ก็พบว่ามีแต่น้อยมากและหลายรายก็ยังเล็กอยู่มาก และควรให้การสนับสนุนมากเป็นพิเศษ

  10. เรื่อง Ideation เราควรที่จะมีวิธีการ มี Framework ในการให้ความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับกระบวนการในการค้นหาไอเดียธุรกิจ ในรูปแบบที่เหมาะกับประเทศไทย (ส่วนเรื่องการสนับสนุนหลังจากมีไอเดียธุรกิจรัฐบาลทำได้ดีอยู่แล้ว) เพื่อเป็นหลักประกันว่าประเทศไทยจะมีผู้ประกอบการที่สร้างธุรกิจที่ตอบโจทย์ปัญหาที่ใหญ่และสำคัญมากพอ และหวังว่าจะมีสักจำนวนหนึ่งที่สามารถสร้างธุรกิจประสบความสำเร็จ เอาชนะในตลาดได้ ก่อนที่เราจะเห็นผู้เล่นต่างชาติมายึดครองตลาดไทยเหมือนหลายๆ อุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นไปเรียบร้อยแล้ว

Fiveloop ให้บริการครบวงจรสำหรับลูกค้าองค์กรที่ต้องการสร้างธุรกิจดิจิตอล
Business Model Generation | User Experience Design | Product Development | Digital Recruting | Back-Office Set up