ทุกวันนี้เราเสียเวลาอย่างน้อย 3 ชั่วโมงต่อวันเดินทางไปกลับจากบ้านและที่ทำงานโดยเปล่าประโยชน์

ปัญหารถติดนั้น ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก สมมติเรามีประชากรในกรุงเทพ 10 ล้านคน มีรถยนต์ในกรุงเทพ 5 ล้านคัน และมี 10% หรือ 5 แสนคันที่ต้องรถติดวันละ 3 ชม นั่นเท่ากับชาวกรุงเทพใช้เวลารวมกันวันละ 1.5 ล้านชั่วโมงติดอยู่ในรถ ซึ่งเป็นเวลาที่ประชากรวัยทำงานประเทศอื่นสามารถนำไปสร้างคุณค่าต่อสังคมและเศรษฐกิจ

ปัญหารถติดเกิดจากอะไร? ควรแก้อย่างไร?

มีสารพัดเหตุที่ทำให้เกิดปัญหานี้ เริ่มตั้งแต่จำนวนรถยนต์ที่มีมากกว่าผิวจราจร ความเจริญกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ มากจนเกินไป ไม่กระจายไปต่างจังหวัด ส่วนในกรุงเทพฯ เองนั้น ย่านเศรษฐกิจก็กระจุกตัวอยู่ในบางย่านเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีคนขับรถผิดกฎจราจร (แถมไม่ถูกจับด้วย) ซึ่งแต่ละเรื่องก็มีวิธีแก้ไขต่าง ๆ กันไป แต่ Blog นี้อยากจะขอโฟกัสที่การสร้างทางเลือกในการเดินทาง ด้วยระบบการสัญจรทางน้ำก่อน

ในขณะที่ตอนนี้เราเห็นการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพ รัฐบาลทุ่มงบประมาณไปเป็นแสนล้าน ใช้เวลาก่อสร้างยาวนานหลายปี ค่าโดยสารก็คิดถูกมากไม่ได้เพราะต้นทุนก่อสร้างสูง(มาก) แต่พอเราหันกลับมามองแม่น้ำลำคลองซึ่งเปรียบได้กับรางรถไฟฟ้า แต่ที่ต่างกันคือ “มันมีอยู่แล้ว” แถมทะลุทะลวงกระจายไปทุกพื้นที่

ถ้าเราลงทุนปรับปรุงแม่น้ำลำคลองให้ดี ดูแลรักษาให้น้ำไม่เน่า ทะลวงแนวกั้นต่าง ๆ กำจัดสิ่งกีดขวางต่าง ๆ ลงโทษคนที่ทำให้น้ำสกปรกปล่อยของเสียลงสู่น้ำอย่างเฉียบขาด มันก็ทำได้ เวนิสหรืออันสเตอร์ดัมยังทำได้ ทำไมกรุงเทพฯ จะทำไม่ได้ แถมใช้งบประมาณและเวลาน้อยกว่าการสร้างระบบรางรถไฟฟ้า(มากๆ) รวมทั้งได้ทัศนียภาพในการเดินทางที่สวยงาม ซึ่งเป็นการเพิ่มแหล่งท่องเที่ยวให้มากขึ้น สร้างรายได้ให้ชุมชุมตลองสองฝั่งคลองอีกด้วย

ไม่ใช่ไม่เคยมีคนคิดโมเดลนี้มาก่อน เราเคยมีโครงการสัญจรทางน้ำในคลองลาดพร้าวและคลองภาษีเจริญ ซึ่งทั้งสองโครงการจนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่เกิดและติดปัญหาเดิมสไตล์ไทยไทย คือมีแนวคิดที่ดี มีเจตนารมณ์ที่ดี แต่พอถึงตอนลงมือทำ (Execution) ก็ล้มเหลวทุกครั้ง เชื่อว่าถ้าเรามีการตั้งทีมงานที่มีความรู้ความสามารถ มี passion ที่อยากช่วยแก้ไขปัญหานี้จริง ๆ โดยรัฐให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทั้งเรื่องงบประมาณและการบังคับใช้กฎหมาย ก็สามารถทำได้ไม่ยาก โดยจะใช้เวลาไม่นานและงบประมาณไม่เยอะอีกด้วย

ทำไมต้องใช้เรือเก่า ร้อน เสียงดัง ทำไมเวลานั่ง ผู้โดยสารต้องถือเชือกดึงผ้าเพื่อกันน้ำเน่ากระเด็นใส่หน้าด้วย?

Boat Transportation Waterside Thailand River

Credit: European Product Design Award 2017

รูปด้านบนนี้คือ เรือที่ออกแบบโดยผู้ชนะ European Product Design Award 2017 ในหมวด Transportation / Nautical / Boats

ลองจินตนาการว่าคนไทยเราออกแบบและสร้างเรือลำนี้ขึ้นมาเอง ใช้สำหรับบริการผู้โดยสารแทนเรือเดิมในคลองแสนแสบ จะได้รับความนิยมมากว่าเดิมไหม และต้องใช้เงินเท่าไรในการสร้างเมื่อเทียบกับรถไฟฟ้า

สร้างท่าเรือให้สวยงามน่าใช้ บรรยากาศดี ปลอดภัย เหมือนหลายประเทศ

ปัจจุบันท่าเรือของไทยมักจะต้องเดินเข้าซอยเล็ก ๆ ไม่ก็มุดใต้สะพาน ซึ่งมักจะมีสภาพที่สกปรก ไม่สวยงามและไม่ปลอดภัย (ไม่ใช่ทุกที่) เราสามารถสร้างทางเดินจากถนนไปสู่ท่าเรือให้ดูดี สวยงามและปลอดภัยได้ เมื่อสร้างให้ดีแล้ว ผู้ใช้บริการก็เพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้ผู้คนที่อยู่บริเวณทางเชื่อมจากถนนสู่ท่าเรือ สามารถสร้างร้านค้าขายของ เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนบริเวณท่าเรือ อีกทั้งยังเป็นการแก้ปัญหาเรื่องความปลอดภัยไปในตัว (เมื่อมีร้านค้า คนเยอะ แสงสว่างเพิ่มขึ้น บริเวณนั้นก็จะปลอดภัยขึ้นไปด้วย)

แล้ว Founding Team ควรจะเป็นใคร?

เหมือนกับทุกธุรกิจที่สิ่งที่สำคัญที่สุดของความสำเร็จก็คือ “คน” ที่แน่ๆ คือควรจะเป็นทีมใหม่เพราะทีมเดิมผ่านการพิสูจน์มาแล้วว่าไม่สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าให้ลองจัด Dream Team ของธุรกิจนี้ คนแรกที่ควรจะมีเลยคือ

  1. คนที่มาจากภาครัฐ คนที่รู้กลไกภายใน รู้เกมการเมือง รู้จักผู้มีอำนาจต่างๆ และกล้าที่ชงเรื่องในถึงผู้มีอำนาจสูงสุด เพื่อออกมาตรา 44 เพื่อเคลียร์ข้อจำกัดทางกฎหมายต่างๆ
  2. นักชุมชนสัมพันธ์ คนที่มีทักษะในการทำความเข้าใจ พูดคุยปรับความเข้าใจกับชุมชุนสองฝั่งคลองให้ได้ความร่วมมือในการย้ายออกจากพื้นที่ รักษาความสะอาด ตลอดจนให้ความร่วมมือในการสร้างชุมชุนสองฝั่งคลองซึ่งมีศักยภาพในการเป็นพื้นที่เศรษฐกิจใหม่
  3. คนหัวการค้า คนที่เก่งเรื่องกำไร ขาดทุน รู้ว่าจะสร้ายได้จากตรงไหน ซึ่งก็เหมือนกับการขนส่งมวลชนประเภทอื่นที่ราคาจะต้องถูกเนื่องจากต้องให้ทุกคนสามารถเข้าถึงบริการได้ ดังนั้นรายได้ของโครงการธุรกิจนี้จะต้องนำมาจากการบริหารพื้นที่สองฝั่งคลองด้วย จึงจะสามารถสร้างรายได้ให้ธุรกิจสามารถเลี้ยงตัวเองได้
  4. นักประดิษฐ์ คนที่สามารถออกแบบและสร้างเรือได้ด้วยตัวเองได้ โดยไม่ต้อง import ทุกสิ่งอย่างจากต่างประเทศ (บางอย่างคงยังต้องนำเข้าบ้างก็ไม่เป็นไร แต่ต้องไม่ใช่สิ่งที่เป็นแกนสำคัญ) ประเทศไทยเรามีนักประดิษฐ์ นักวิจัย ช่างเครื่อง ช่างกล นักออกแบบผลิตภัณฑ์เก่งๆ มากมาย จะหาสักทีมมาสร้างเรือดีๆ สักทีมจะไม่มีเชียวหรือ (จริงๆ จะชาวต่างประเทศมาช่วยเรื่อง R&D บ้างก็เป็นเรื่องดีเพื่อถ่ายทอด know-how)
รายได้จะมาจากไหน?

แน่นอนว่าลำพังรายได้จากค่าโดยสารซึ่งต้องกดให้ถูกนั้น อาจจะไม่เพียงพอกับรายจ่ายของธุรกิจ ดังนั้นต้องมีการสร้างรายได้จากการบริหารพื้นที่ริมสองฝั่งคลองมาประกอบด้วย

บทความนี้เขียนเพื่อเป็นการเปิดพื้นที่ให้ทุกคนสามารถต่อยอดความคิดเพื่อนำไปสู่การสร้างเป็นธุรกิจจริง โดยจะเน้นไอเดียธุรกิจที่แก้ปัญหาที่ใหญ่และสำคัญของประเทศไทยเป็นหลัก ตาม Concept ของคำว่า Open-Source Business Model

Leave a reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *